ตำนานพระฤษี

ตำนานพระฤษีตาวัวเล่าว่าในกาลก่อนท่านเป็นพระภิกษุผู้ตาบอดทั้งสองข้าง แต่พระตาบอดรูปนี้มีวิชาอาคมมาก ด้วยว่าชอบเล่นแร่แปรธาตุ ท่านยังมีปรอทเรืองแสงก้อนหนึ่งที่วิเศษนักอีกด้วย พระลูกศิษย์ของท่านได้ออกหาดวงตาศพคนตายเพื่อจะควักมาให้อาจารย์ของตนทำพิธี เปลี่ยนดวงตา แต่ทว่าหาดวงตาของคนไม่ได้ จึงควักเอาดวงตาของวัวที่เพิ่งตายมาแทน พระอาจารย์ก็เปลี่ยนตาวัวใส่ตาของตน แล้วใช้ปรอทวิเศษคลึงดวงตาทั้งสอง และทันใดนั้นดวงตาของท่านก็มองเห็นได้ทันที เพียงแต่ลูกตามีลักษณะคล้ายวัวเท่านั้น ต่อมาท่านลาสิกขาบท เพราะรู้ตัวตนว่าชอบทางคาถาอาคม เล่นแร่แปรธาตุ ท่านจึงไปประพฤติตนเป็นพระฤษีอยู่ตามป่าเขาพงไพรจนชาวบ้านเรียกขานท่านว่า “พระฤษีตาวัว” นับจากนั้น

พระฤษีนารท
อีกตำนานหนึ่งแห่งดุริยะเทพศิลป์
พระฤษีผู้เป็นครูแห่งการร้องรำ การแสดง และการดนตรีนั้นมีนามเรียกขานกันว่าพระฤษีนารท แต่อาจแตกต่างกันไปดังนี้ พระฤษีนารอด พระฤษีนารท บางตำราก็ว่าท่านมีนามว่า “พระปรคนธรรพ” บ้างในสายนาฏศิลป์พระฤษีนารทปรากฏประวัติความเป็นมาทั้ง ในคัมภีร์ทางคติฮินดู ในตำราอินเดีย และตำรานาฏศิลป์ของไทยเรา ส่วนใหญ่ล้วนกล่าวตรงกันว่าท่านเป็น “บรมครู” แห่งนาฏศิลป์ และดุริยางค์ศิลป์ ผู้ที่จะบรรเลงดนตรี หรือรำฟ้อนล้วนต้องไหว้ครู หรือครอบครูมาก่อน และ “ครู” หรือที่พวกศิลปินเรียกขานว่า “พ่อแก่” นั้นก็คือพระฤษีนารท นี่เอง

พระฤษีตาไฟ
พระฤษีตาไฟปรากฏเกร็ดประวัติอยู่ในหลากหลายตำนานทั้งของอินเดีย และของไทยเราตำนานหนึ่งของพระฤษีตาไฟมีอยู่ว่า พระฤษีตาไฟก็เป็นพระฤษี 1 ใน 4 องค์
ที่ร่วมกันสร้าง “พระซุ้มกอ” พระเครื่องระดับสุดยอด 1 ในพระเบญจภาคีซึ่งมีอายุเกินกว่าพันปีอันเป็นท
ี่เคารพบูชาของคนไทยชาวพุทธทั่วแผ่นดิน

บาง ตำนานกล่าวว่า พระฤษีตาไฟ เป็นผู้สร้าง “พระท่ากระดาน” เมืองกาญจนบุรี ส่วนอีกตำนานหนึ่งเล่าว่าท่านเป็นผู้สาปเมืองศรีเทพหรือเพชรบูรณ์ให้เป็น เมืองร้าง
หลายตำนานกล่าวว่า พระฤษีตาไฟเป็นฤษีที่ดุ แต่มุ่งบำเพ็ญภาวนาอยู่ในญาณสมาบัติอย่างเคร่งครัด และเป็นผู้ดำรงตนถือศีลใฝ่ธรรมแน่วแน่จนเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไปใน สมัยนั้น

ฤทธานุภาพของพระฤษีตาไฟ
พระฤษีตาไฟได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นพระฤษี ที่มีความดุอยู่ในตัว อันเนื่องมาจากท่านสามารถเพ่งให้เกิดไฟลุกไหม้ได้อย่างน่าสะพรึง

เป็นที่เชื่อกันว่า การครอบเศียรพระฤษีตาไฟจะมีผลให้ผู้ครอบครูมีอำนาจบารมีสูง แคล้วคลาด ปลอดภัยจากคุณไสย และอาคมต่าง ๆ และยังปรากฏญาณหยั่งรู้เสมือนมีดวงตาที่ 3 มองเห็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่เห็น เช่น เคราะห์ภัยต่าง ๆ บรรดานักโหราศาสตร์จึงนิยมครอบเศียรฤษีตาไฟ เพื่อให้เกิดญาณหยั่งรู้ที่พิเศษยิ่งขึ้นนั่นเอง

ปู่ฤษีนารอด

ปู่ฤษีนารอด หรือนามเดิม “นะรอด” เลื่องลือ ขึ้นชื่อมาก ศาลปู่ฤษีนารอดอยู่ที่วัดเลียบราษฎร์บำรุง หลวงพ่อสร้อย เจ้าอาวาสผู้มีวิชาอาคมได้เป็นผู้ปั้นรูปจำลองของพ่อปู่ฤษีไว้เป็นรูปพระฤษี นั่งชันเข่าทำท่าสูบบุหรี่ พระฤษีตนนี้สร้างขึ้นจาก “ดินเจ็ดป่าช้า” นี่เป็นที่มาของความแรงในฤทธานุภาพ

ปู่ฤษีนารอด บางท่านว่าเป็นครูทางไสยศาสตร์ทางเขมร บางท่านก็ว่าเป็นฤษีชั้นพรหมในคติฮินดูคือ “นารทฤษี” หรือ “พระนารถเทพมุนี” พระฤษีองค์หนึ่งในพระฤษีทั้ง 108 นั่นเอง

ว่ากันว่าปู่ฤษีเป็นบรมครู นอกจากเป็นเอกทางวิชาอาคม แล้วก็ยังเป็นครูทางวิชาคงกระพัน แคล้วคลาด เสน่ห์เมตตา โชคลาภ การสักยันต์ และสรรพวิชาแขนงต่าง ๆ ในคัมภีร์พระเวทดังที่มีผู้ออกนามท่านว่า “พระฤษีนารอดยอดแก้ว” หรือ “พระฤษีนารอดยอดปิฏก”

วิธีบูชาและบนบาน
เมื่อไปที่วัดเลียบราษฎร์บำรุงแล้วก็สมควรจะไปกราบ ไหว้บูชาหลวงปู่สรวงก่อน แล้วจึงไปกราบหลวงพ่อสร้อย จากนั้นจึงค่อยไปกราบปู่ฤษีนารอด

หลวงปู่สรวงเป็นพระผู้มีวิทยาอาคมอย่างเลิศล้ำ ท่านเป็นพระที่หลวงพ่อสร้อยนับถือ ส่วนสังขารหลวงพ่อสร้อยนั้นแม้ปัจจุบันก็ยังมิเน่าเปื่อย ไปกราบไหว้สังขารของท่านและกราบรูปปั้นหลวงพ่อสร้อยก่อนไปไหว้ขอพรปู่ฤษีนา รอด

สิ่งของที่จะไหว้หลวงปู่สรวงและหลวงพ่อสร้อยก็มีเพียงธูป เทียน ทองคำเปลว และพวงมาลัย หรือดอกไม้ตามปกติที่กราบไหว้พระทั่ว ๆ ไป แต่สำหรับสิ่งของที่ต้องเตรียมมาถวายปู่ฤษีก็คือ บุหรี่ 9 มวน หมากพลู 9 คำ ยาเส้น ผลไม้ บายศรี 1 คู่ และควรมีดอกไม้หรือพวงมาลัยมาถวายด้วย

พระฤษีเพชรฉลูกัญ
ครูแห่งช่างก่อสร้างและดนตรี
หลายตำราเชื่อว่า พระฤษีเพชรฉลูกรรมคือองค์เดียวกับ “พระวิศวกรรม” นั่นเอง

พระวิศวกรรมเป็นครูแห่งการสร้างและการช่างต่าง ๆ แต่บางคนถือว่าเป็นครูทางดนตรีด้วย ซึ่งก็คงเนื่องมาจากท่านเป็นเทพนายช่างผู้สร้างสิ่งต่าง ๆ ที่ดีงามอันจะหมายถึงการประดิษฐ์คิดสร้างเครื่องดนตรีด้วย ที่จริงแล้วพระวิศวกรรมเป็นเทพ แต่ด้วยเพราะท่านเป็นเทพผู้ทรงศีลทรงธรรมจึงเป็นที่เคารพในบทบาทของ “พระครูฤษี” ด้วยอีกฐานะหนึ่งก็เป็นไปได้ในหลาย ๆ ตำรายังมีข้อที่ไม่ตรงกันและไม่ยืนยันว่า “พระฤษีเพชรฉลูกรรม” นั้นคือฤษีตนใดกันแน่ แต่หัวโขนพระวิศวกรรมมักมีผ้าขาวโพกเศียร ดังจะแสดงลักษณะของผู้ทรงศีลด้วย อย่างไรก็ดีการบูชาพระฤษีเพชรฉลูกรรมต้องบูชาด้วยความศรัทธาอันบริสุทธิ์ ในไทยเรานิยมบวงสรวงท่านในช่วงเช้าก่อนวันเข้าพรรษาด้วยความเชื่อว่าท่าน เป็นฤษีทรงศีล และเมื่อถือศีล 8 ก็จะมารับของบวงสรวงบูชาได้ในเวลาก่อนเที่ยงเป็นสำคัญ

ปู่ฤษีอินทร์
หลวงพ่อบุญสืบ ท่านเจ้าอาวาสเดิมของวัดทองนาปรัง วัดเก่าแก่แห่งเมืองนนทบุรีท่านเคารพพระอินทร์มาก จากตำนานความเชื่อในอดีตสมัยเล่ากันต่อ ๆ มาว่าหลวงพ่อท่านมีนิมิตถึงพระฤษีตนหนึ่งซึ่งเป็นอีกภาคหนึ่งของ
พระอินทร์ที่่เคยบำเพ็ญเนกขัมมบารมีออกบวช ครองเพศพระฤษี อันนับว่าเป็นต้นกำเนิดของโยคี
และพราหมณ์ผู้ออกบวชในสมัยก่อนพุทธกาลนานมาแล้ว

เมื่อท่านมีนิมิตสื่อญาณจิตกับองค์อินทร์ได้ ท่านจึงสร้างรูปปู่ฤษีประดิษฐานอยู่ในศาลภายในวัด พระฤษีนี้จึงทรงเครื่องแปลกกว่าพระฤษีอื่น รูปสมมตินี้สร้างเป็นพระฤษีทรงเครื่องอย่างกษัตริย์อินเดีย
หรือเทพเทวะชั้นสูงมุ่นมวยผม พระวรกายสีเขียว ยืนในท่าประทานพรและมีพระนามเต็มว่า
“มหาฤษีองค์อินทร์ ท้าวสักกะเทวราช”

กราบไหว้ขอพรปู่ฤษี
คนส่วนใหญ่จะนิยมมาวัดทองนาปรัง เพื่อมากราบไหว้ขอพรปู่ฤษีอินทร์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งของที่จะนำมาถวายปู่ฤษีก็ต้องเป็นผลไม้ เช่นกล้วย ส้ม มะพร้าวอ่อน น้ำเปล่า หมากพลู บุหรี่ และพวงมาลัยดอกไม้ และธูป 9 ดอก

พ่อปู่ฤษีสรรเพชร
พระครูฤษีอีกองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เลื่องลือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก คือพ่อปู่ฤษีสรรเพชร ท่านเป็นพระฤษีที่สันนิษฐานกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ่อปู่ฤษีสรรเพชรประดิษฐานอยู่ในโพรงถ้ำเล็ก ๆ ภายในอาณาบริเวณวัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี
พ่อปู่สรรเพชรเป็นที่กล่าว ขวัญมากในเรื่องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ผู้ที่มากราบไหว้พ่อปู่มักจะมาขอให้หายจากโรคร้าย ซึ่งเมื่อพรสัมฤทธิ์ผลก็บอกกันร่ำลือปากต่อปากจนความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อปู่ แพร่หลายไปทั่วมิได้เป็นที่รู้รันเฉพาะคนสระบุรีเท่านั้น

วิธีกราบไว้ขอพรพ่อปู่

เนื่องจากพ่อปู่เป็นพระครูฤษีที่เสกสร้างวิชาแห่งสมุนไพร วิชาการบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ ผู้ที่มากราบ มาบนบานพ่อปู่จึงมักมาขอเรื่องของอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ขอยาไปรักษาญาติพี่น้องบ้าง ขอให้ตนเองหายป่วยบ้าง

เล่ากันว่าบางคนต้องมาครบ 7 ครั้ง 9 ครั้งจึงจะสัมฤทธิ์ผล นอกจากขอเรื่องโรคภัยแล้ว บางคนก็มาขอเรื่องการงานการเงิน และเรื่องอื่น ๆ ตามแต่จะปรารถนา ซึ่งก็ได้พรตามปรารถนาก็มากมี ไม่จำเป็นต้องขอแต่เรื่องโรคภัยแต่อย่างเดียว

สิ่งของที่นิยมนำมาถวายเป็นเครื่องสักการะบนบานศาลกล่าวพ่อปู่ฤษีมีดังนี้
– หมากพลู 9 คำ
– บุหรี่ 9 มวน
– ยาสูบหรือยาเส้น
– กล้วย/ส้ม
– น้ำผึ้ง
– น้ำเปล่า
– ธูป 9 ดอก/ดอกไม้/เทียน 9 เล่ม

เมื่อสักการบูชาพ่อปู่แล้ว บางคนก็ลาเอาน้ำเปล่า น้ำผึ้ง และกล้วยกลับบ้านไปทำเป็นยารักษาโรคของตนหรือของคนในครอบครัว

ประวัติ ปู่ฤาษีบรมครูพุทธมงคล

ปู่ฤาษีพุทธมงคล หรือ อีกชื่อหนึ่งก็คือปู่ฤาษีสัจจะพันธคีรีท่านเป็นองค์เดียวกัน ถ้าท่านใดจะไปนมัสการปู่ฤาษีพุทธมงคลหรือ

ปู่ฤาษีสัจจะพันธคีรีก็ขอเชิญไปนมัสการท่านได้ที่ จ. สระบุรี จะได้ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพระพุทธเจ้าด้วย

เมื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทพระพุทธเจ้าแล้ว ก็เลยขึ้นไปหน่อยหรือถามเจ้าหน้าที่ในวัดก็ได้จะได้ทราบว่าปู่ฤาษี สัจจะพันธคีรี

ท่านประดิษฐ์อยู่ที่ไหน ปู่ฤาษีพุทธมงคล ท่านเป็นครูใหญ่ในวิชาอาคมในสรรพวิชาการในแขนงต่างๆ และท่านปู่ฤาษีพุทธมงคล ท่านจะมีคุณวิเศษ

ด้านวาจาสิทธิ์ ท่านพูดอะไรแล้วจะเป็นวาจาสิทธิ์ ส่วนใหญ่ท่านจะเป็นฤาษีที่พูดน้อย ปู่ฤาษีพุทธมงคลท่านจะเด่นทางพุทธคุณด้านเสน่ย์

เมตตาโชคลาภค้าขายการสักยันต์ลงอักขระเลขยันต์ ทางคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัยอันตรายทั้งปวงทั่งภูตผีปีศาจยำเกรง และท่านปู่ฤาษีพุทธมงคล

ท่านก็เป็นใหญ่กว่าเทพเทวาทั้งหลาย ถ้าท่านใดได้สักยันต์หรือ ลงกระหม่อม ไว้กับท่านปู่ฤาษีพุทธมงคล จงอยู่ในศีลและอยู่ในธรรม ต้องเป็นคนดีของสังคม

ไม่โกหกหลอกลวงทรัพย์ของผู้อื่น ถ้าปฎิบัติได้ดังนี้ บารมีท่านพ่อปู่ฤาษีพุทธมงคล หรือท่านพ่อปู่ฤาษีสัจจะพันธคีรี ท่านจะมีความเมตตา

และปรกปักรักษาร่างกายของเราให้มีชีวิตที่ดีและจะได้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
จะมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไป

 
การบูชาหรือบนบานศาลกล่าวปู่ฤาษีบรมครุพุทธมงคล

จะต้องมี ดอกไม้ 5 ดอก 5 สี ธูป 9 ดอก เทียนบูชา 5 เล่ม บุหรี่ 9 ตัว หมาก 5 คำ
ผลไม้ 5 อย่าง น้ำ 1 แก้ว ทองคำเปลว 3 แผ่น พวงมาลัย 1 พวง

บูชาพระรัตนตรัย

ตั้งนะโม 3 จบ กราบพระ 3 ครั้ง แล้วกล่าว สัคเค
พุทธบูชามหาเตชวันโต ธัมมะบูชามหาปัญญะวันโต สังฆะบูชามหาโภคะวะโห ติโลกะเสฎฐังอะภิบูชะยามิ บูชาทะยามะ ปฏิปฏิธัมมะบูชาสังฆะบูชา

บูชาคุณบิดา ปริตตาสุคะเตเชเสติ ปฏิปฏิธัมมะบูชาสังฆะบูชา บูชาคุณมารดา ปริตตาสุคะเตเชเสติ ปฏิปฏิธัมมะบูชาสังฆะบูชา

บูชาคุณครูบาอาจารย์ บูชาทะยามะ อัคคีพาหูบุปผัง อะหังคิเน ทัตวา ปัพพะเชทะมังพันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ

นิพพานะ สัจฉิกะระณัฏฐายะ เอวังเหตุวา สุธัมมะเวเสโสพุโธภะคะวาติ บูชาทะยามะ

ศรีคุรุเทพบูชา

โอม..นะโม คุรุภะโย คุรุปาทุกาภะโย นะมัชปะเรภะยัช ปัรปาทุกาภะยัช อาจารยะ สิทเธศวร ปาทุกาภะโย นะโมนะมัช ศรีคุรุปาทุกาภะยัช
คุรุพรหมมา คุรุวิษณุ คุรุเทโว มะเหศะวะรัช คุรุเรวะ ปัรพรหม ศรีคุรุเวนะมัช
ศรีมัต ปัรพรหม คุรุมัมสะมะรามิ ศรีมัตปัรพรหม คุรุมัม วะทามิ ศรีมัต ปัรพรหม คุรุมัม นะมามิ ศรีมัต ปัรพรหม คุรุมัม ภะชามิ
นาคุโรระ ธิกมัม นาคุโรระ ธิกมัม ศิวาศาสันตัช ศิวาศาสันตัช โอมศานติช ศานติช ศานติช โอม สันติ สันติ สันติ
โอมพรหมมาเทวีจะ คายะตรีตะถะ โควัทธัร เนศะวะรัช ปฟถิวี ยัญปะตศ แจตาน ปัญโจน การานนะ มามะยะทัม

บูชาต่างๆ

นะมามิ อายันตุโภนะโต เทวะสังขาโย อุปริสมิง ทิสาภาเค จัตตาโรเทวา จันโทจะ สุริโยจะ อินโทจะ พรหมมาโณจะ เสยยะถีทัง ทิโตจะ สุรักขะโจ

เทวะเสฏโฐจะ เทวะปุญญะโกจะ เอเตจัตตาโรเทวะ มหาเทวา พุทธปัสสนา ธัมมะปัสสนา สังฆะปัสสนา พุทธคาระวะตา ธัมมะคาระวะตา

สังฆะระวะตา เอหิสมาคัณตวา อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ ทิโตจะ สุรักโขจะเมวะเสฏโฐจะ เทวะปุญญะโกจะ จะรังวา ฐิตังวา ติตถังวา นิสินนังวา

สะยานังวา รัตติงนังวา ทิวังวา สัพพะทาตัง รักขันตุมหาเทวะติ เกศบดีนาราย ราหุมุตตะ จันทะกัมมังเอทะกะกัมมัง นะระยะ พรหมจาริยัง

นะโสกัสโปสะมะณะโค อาระเยเมตะ เทวะกัมมัง อะระหะกัมมัง มะนุสสะกัมมัง อาจาริโยโหตุเต

อาราธนาคุณพระต่างๆ

พุทธราธนา ธัมมาราธนา สังฆราธนา ราธนาคุณ พระพุทธ ๕๖ ราธนา ทะยะมะ ราธนาคุณพระธรรม ๓๘ ราธนา ทะยามะ

ราธนาคุณพระสงฆ์ ๑๔ ราธนา ทะยามะ ปฏิปฏิราธนาธัมมะ ราธนาสังฆราธนา ราธนาพระคุณบิดา ๒๑ ราธนา ทะยามะ

ราธนาพระคุณมารดา ๑๒ ราธนา ทะยามะ ราธนาพระคุณครูบาอาจารย์ ๘ ราธนา ทะยามะ นะคะปันโนโหตุ อิทธิฤทธิ อิทธิฤทธิธัง

พุทธนิมิตตัง ธัมมะนิมิตตัง สังฆะนิมิตตัง ขอเตชะเตชังขอเดชเดชะ ทั้งหลายจงมาเป็นที่พึ่งให้แก่ข้าพเจ้า มะอะอุนี้เถิดฯ

พุทธราธนาวิมาโณพุทโธภะคะวาติ ธัมมะราธนาวิมาโณพุทโธภะคะวะติ สังฆะราธนาวิมาโณพุทโธภะคะวะติ ปฏิปฏิ ราธนาธัมมะราธนา

สังฆราธนา ราธนาพระคุณบิดา ราธนาพระคุณมารดา ราธนาพระคุณครูบาอาจารย์ทั้ง ๘๔,๕00 พระธรรมขันธ์จบพระกัณไตรปิฎก

อีกทั้งสาวกซ้ายขวา อีกทั้งพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระสยามเทวาธิราชเจ้า อีกทั้งหลวงพ่อ หลวงปู่ ท่านครูมหาครู พ่อแก่

และท่านเทพมหาเทพ เทวาธิเทวะ ทั้งปวงทุกๆ พระองค์ ข้าพเจ้าจะทำการใดสิ่งใดเมื่อใด ขอให้ข้าพเจ้าสำเร็จสัมฤทธิ์ผลด้วย

นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ เอหิปถวีพรหมา เอหิอาโปอินทรา เอหิเตโชนารายะ เอหิวาโยอิสรา พุทโธ พุทธัง ยะนะกันตัง

พระอะระหัง พุทโธ สังโฆ สังฆัง ยะนะ กันตัง พระอะระหังพุทโธ
ขอขมาพระรัตนตรัย

อุกาสะ อัจจะโยโน ภันเต อัจจักขะมา ยะถาพาเล ยะถามุฬเห ยะถาอะกุสะเล เยมะยัง กะรัมหา เอวัง ภันเต มะยัง อัจจะโยโน ปะฏิคคัณหะถะ อายะติง สังวะเรยยามิ
คาถาสวดมนต์ก่อนเดินทาง

ตั้งนะโม ๓ จบ สัคเค

วิสุสังมะยังภันเต ข้าพเจ้าจะขออัญเชิญ พ่อปู่ชัยยะมงคล เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระเพลิง แม่พระพราย แม่พระโพสพ

ท้าวเวชสุวรรณ คุณพระบิดา คุณพระมารดา เจ้าพ่อเขาเขียว ปู่เจ้าเขาเขียว ปู่เจ้าสมิงพราย เจ้าทุกเจ้าท่า เจ้าป่าเจ้าเขา เทพเทพา ปู่มั่นปู่คง

ท่านพ่อปู่ฤาษีนารอด ท่านพ่อปู่ฤาษีนารายณ์ ท่านพ่อปู่ฤาษีไกรสร ท่านพ่อปู่ฤาษีตาไฟ ท่านพ่อปู่ฤาษีมุณีภัย ท่านพ่อปู่ฤาษีสิงหดาบถ

ท่านพิอปู่ฤาษีพุทธมงคล ท่านพ่อปู่ฤาษีทั้ง ๑๐๘ ตน และบริวาณสาวก ของท่านพ่อปู่ฤาษีทั้ง ๑๐๘ ตน จงบันดาลให้ข้าพเจ้า มีโชคมีลาภ

มีโชคมีชัย ข้าพเจ้าจะขออัญเชิญ เทพเทวา และสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลาย และบารมีของท่านพ่อปู่ฤาษี ทั้ง ๑๐๘ ตน จงมาปกปักษ์ รักษาสังขารร่างกาย

ของข้าพเจ้า ให้แคล้วคลาดอันตราย คงเนื้อคงหนัง คงกระดูก ตรีเพชคงคง สวาหะ พุทธังแคล้วคลาด ธัมมังแคล้วคลาด สังฆังแคล้วคลาด

พระเจ้าย่างบาท นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ กะระมะทะ กิริมิธิ กุรุมุธุ เกเรเมเถ อุตทังอัตโท อิติปิโสภะคะวา วาคะภะโสปิติอิ

คาถาปลุกอักขระที่สักเอาใว้ในตัวเราให้คงทนตลอดไป

นะนันนินโลนะราชะสัพพะอันตรายวินาศสันติ หนุมานะวิงวังกังหะนาถังสิโมสิโมนาถัง กันหะเนหะ ทุสะนะโสสิงหะนาถัง สิงหะนาโถอุดทังอัดโท

โทอุดทังอัด พุทธังสัตตะปาลัง ธรรมมังสัตตะปาลัง สังฆังสัตตะปาลัง มาเป็นกำแพงเพชร ๗ ชั้น กันตัวกู คงทนแก่ศาสตราและอาวุธ พุทธังเพชคงเนื้อ

ธรรมมังเพชรคงหนัง สังฆังเพชรคงกระดูก ตรีเพชคงคงสวาหะ